การดูแลรักษาพื้น Pergo
การทำความสะอาดพื้น Pergo ในชีวิตประจำวัน
พื้น Pergo ดูแลง่ายมาก ใช้ไม้กวาดขนนุ่มหรือเครื่องดูดฝุ่น (ที่มีหัวแปรงสำหรับพื้นไม้) กวาดหรือดูดฝุ่นทุกวันเพื่อกำจัดเม็ดทราย กรวด และสิ่งสกปรก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวพื้นขีดข่วน อย่าใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแปรงหมุนแบบแข็ง เพราะอาจทำให้ผิวพื้นเป็นรอยได้
การถูพื้นด้วยผ้าชื้น
ใช้ผ้าม็อปแบบบิดแห้ง (damp mop) ชุบน้ำสะอาดแล้วบิดแห้งจนหมาด เช็ดพื้นเบาๆ หลีกเลี่ยงการให้น้ำขังบนพื้น แม้พื้น Pergo จะทนน้ำได้ตามเวลาที่กำหนดของแต่ละคอลเลกชัน (Odense 72 ชม., Visby 48 ชม., Perstorp 24 ชม.) แต่ควรเช็ดน้ำที่หกออกให้เร็วที่สุด
วิธีจัดการคราบต่างๆ
- คราบน้ำผลไม้ กาแฟ น้ำอัดลม — เช็ดด้วยผ้าชื้นทันที ถ้าแห้งแล้วใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดซ้ำ
- คราบสี หมึก ยาทาเล็บ — ใช้อะซิโตน (acetone) หรือน้ำยาล้างเล็บที่ไม่มีน้ำมัน เช็ดเบาๆ แล้วเช็ดตามด้วยน้ำสะอาด
- ยางมะตอย ขี้ผึ้ง — ขูดออกด้วยพลาสติกแข็ง แล้วใช้ผ้าชุบ white spirit เช็ด
- คราบไขมัน น้ำมัน — ใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นไม้อ่อนๆ ที่ pH เป็นกลาง
การป้องกันรอยขีดข่วนและรอยกด
ติดแผ่นสักหลาด (felt pads) ใต้ขาเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น เปลี่ยนแผ่นสักหลาดทุก 6–12 เดือน หรือเมื่อสึกหรอ ห้ามลากเฟอร์นิเจอร์บนพื้นโดยตรง ใช้แผ่นรองล้อเก้าอี้แบบนุ่ม (soft casters) สำหรับเก้าอี้มีล้อ และปูพรมบริเวณทางเดินหลักเพื่อลดการสึกหรอ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด
- น้ำยาขัดเงา, wax หรือน้ำมันสำหรับพื้นไม้ทุกชนิด
- น้ำยาทำความสะอาดที่มีกรดหรือด่างสูง เช่น น้ำยาฟอกขาว, น้ำยาล้างห้องน้ำ
- ใยขัดเหล็ก (steel wool) หรือแปรงแข็ง
- เครื่องทำความสะอาดด้วยไอน้ำ (steam cleaner)
- แสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน ให้ติดม่านหรือฟิล์มกันแสง UV
การรักษาพื้นในระยะยาว
รักษาความชื้นสัมพัทธ์ในห้องที่ 45–65% RH และอุณหภูมิ 18–26°C พื้น Pergo ไม่ต้องทาสีหรือเคลือบผิวซ้ำตลอดอายุการรับประกัน เพราะชั้น AC wear layer ถูกออกแบบมาให้ทนทานตั้งแต่ต้น