คู่มือการติดตั้ง Pergo
สรุปจากคู่มือติดตั้งฉบับทางการของ Pergo INSTALLATION GUIDE PERGO — LMP (Version 07.2026) ถ้าข้อความในหน้านี้ขัดกับคู่มือฉบับเต็มเมื่อไหร่ ให้ยึดคู่มือฉบับเต็มเป็นหลัก และถ้ากฎหมายหรือมาตรฐานท้องถิ่นเข้มกว่า ให้ทำตามตัวที่เข้มกว่า
เงื่อนไขการรับประกันกำหนดว่าต้องปูตามคู่มือนี้ ความเสียหายจากการติดตั้งผิดวิธีไม่อยู่ในความคุ้มครอง
1. เช็คก่อนว่าห้องนี้ปูได้หรือไม่
พื้น Pergo ออกแบบมาสำหรับใช้ภายในอาคาร เทคโนโลยี AquaSafe ทำให้ปูในพื้นที่ที่มีความชื้นได้ แต่ห้ามปูในพื้นที่ที่มีรูระบายน้ำที่พื้น ห้องซาวน่า ห้องอาบน้ำ บริเวณสระว่ายน้ำ และพื้นที่ที่ชื้นจัดหรือแห้งจัดผิดปกติ
พื้นลอยตัวต้องลอยตัวตลอดไป ห้ามยึด ห้ามขวาง และห้ามวางของหนักถาวรทับ เช่น ห้ามปูพื้นแล้ววางชุดครัว ตู้บิลท์อิน หรือของหนักที่ยึดกับที่ทับลงบนพื้น ให้ติดตั้งของพวกนี้ก่อนแล้วปูพื้นชนเข้าไปแทน
2. เตรียมพื้นเดิม
พื้นเดิมต้องแข็งแรง รับน้ำหนักตัวเองได้ นิ่ง เรียบ สะอาด และแห้งถาวร รื้อพื้นเดิมที่นิ่มหรืออมความชื้นออก เช่น พรม แผ่นใยเข็ม ส่วนพื้นเดิมที่น้ำซึมไม่ผ่าน เช่น ไวนิลแบบไม่มีโฟม หรือลิโนเลียม ไม่ต้องรื้อ
ระนาบของพื้นเดิม — คนละเรื่องกับระดับ
พื้นที่ลาดเอียงไปทั้งผืนยังปูได้ เพราะพื้น Pergo เป็นระบบลอยตัว วางทับพื้นเดิมโดยไม่ได้ยึดติด ความลาดเอียงทั้งผืนจึงไม่ใช่ปัญหา และคู่มือทางการก็ไม่ได้กำหนดเรื่องระดับไว้เลย
สิ่งที่ต้องคุมคือ ระนาบ — ความสูงต่ำเป็นหลุมเป็นโหนกในระยะสั้น ๆ ตรงนี้มีผลจริง เพราะแผ่นจะลอย ล็อกไม่แน่น เดินแล้วมีเสียง และรอยต่ออาจแยกภายหลัง
วิธีวัด วางไม้บรรทัดยาวหรือคานตรงลงบนพื้น แล้วดูช่องว่างใต้คาน
- ในระยะ 2 เมตร ช่องว่างต้องไม่เกิน 3 มม.
- ในระยะ 20 ซม. ช่องว่างต้องไม่เกิน 1 มม.
เกินจากนี้ให้ขัดผิวออก หรือเทวัสดุปรับพื้นก่อนปู
หมายเหตุเรื่องตัวเลข คู่มือ Pergo กำหนดไว้ที่ 4 มม. ในระยะ 2 เมตร ส่วน 3 มม. เป็นเกณฑ์ที่ BRT Intertech ตั้งเองให้เข้มกว่า — พื้นที่ผ่านเกณฑ์ของเรา จึงผ่านเกณฑ์ของ Pergo ด้วยเสมอ ส่วนค่า 1 มม. ในระยะ 20 ซม. เป็นของคู่มือโดยตรง
ความชื้นของพื้นเดิม — สำหรับพื้นที่ไม่มีระบบทำความร้อนใต้พื้น ซึ่งเป็นกรณีปกติในไทย
- พื้นปูนซีเมนต์ ต่ำกว่า 2.5 CM% หรือ 75% RH
- พื้นแอนไฮไดรต์ (แคลเซียมซัลเฟต) ต่ำกว่า 0.5 CM% หรือ 75% RH
- พื้นฐานไม้ ความชื้นต่ำกว่า 10 %MC (moisture content วัดด้วยเครื่องวัดความชื้นแบบเข็ม)
ถ้ามีระบบทำความร้อนใต้พื้น ค่าจะเข้มขึ้นเป็น 1.5 CM% / 65% RH สำหรับปูนซีเมนต์ และต้องเปิดระบบล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนปู
งานที่มีผลต่อความชื้นในห้อง เช่น งานฉาบ ต้องเสร็จและแห้งสนิทก่อน และควรจดค่าที่วัดได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
ต้องปูแผ่นรองพื้นของ Pergo เสมอ และต้องมีชั้นกันไอน้ำเมื่อปูบนพื้นปูน
3. ปล่อยแผ่นปรับตัว และสภาพห้องระหว่างปู
วางกล่องที่ยังไม่เปิดบนพื้นราบในห้องที่จะปู หรือห้องที่สภาพเท่ากัน
- 48 ชั่วโมงก่อนปู ตลอดช่วงที่ปู และต่อไปอีก 24 ชั่วโมงหลังปูเสร็จ ต้องคุมสภาพห้องให้อยู่ในช่วงข้างล่าง
- อุณหภูมิห้องระหว่างปรับตัวและระหว่างปู 15–25 °C
- ความชื้นสัมพัทธ์ 30–85% ทั้งตอนเก็บ ตอนปู และตอนใช้งาน
ถ้าสภาพอากาศในพื้นที่อยู่นอกช่วง 30–85% คู่มือแนะนำอย่างยิ่งให้ปรับสภาพห้องให้เข้าช่วงก่อน
ตรวจสินค้าก่อนปูทุกครั้ง — รหัสและลักษณะตรงกับที่สั่ง ไม่มีความเสียหาย และดูสีกับความเงาในแสงที่เพียงพอ เพราะแผ่นที่ปูลงไปแล้วถือว่ายอมรับสินค้าแล้ว
4. วางแผนก่อนลงมือ และร่องขยายตัว
ปูแผ่นรองพื้นไปในทิศทางเดียวกับความยาวของแผ่นพื้น และติดเทปตรงรอยต่อของแผ่นรองพื้นเพื่อให้ชั้นกันไอน้ำต่อเนื่อง
หารความกว้างห้องด้วยความกว้างแผ่นเพื่อดูว่าได้กี่แถวเต็ม แล้ววางแผนให้
- แถวแรกและแถวสุดท้าย กว้างอย่างน้อย 5 ซม.
- แผ่นแรกและแผ่นสุดท้ายของแต่ละแถว ยาวมากกว่า 20 ซม.
- รอยต่อหัวแผ่นของแถวที่ติดกัน ห้ามตรงกัน ต้องเหลื่อมกันอย่างน้อย 30 ซม.
แกะแผ่นจากหลายกล่องมาสลับกันปู เพื่อไม่ให้แผ่นลายเหมือนกันหรือเฉดสีเดียวกันมาอยู่ติดกัน
ร่องขยายตัว — เว้น 1 มม. ต่อความกว้างพื้น 1 เมตร ขั้นต่ำ 8 มม. และในเขตที่ความชื้นสัมพัทธ์สูงอย่างประเทศไทย คู่มือระบุว่าควรเว้นอย่างน้อย 10 มม. ต้องเว้นรอบขอบพื้นทั้งหมด รวมถึงรอบเสา วงกบ ท่อ และวัตถุที่ยึดอยู่กับที่ทุกชิ้น ใช้ตัวเว้นระยะ (spacers) ช่วยคุมระยะตลอดการติดตั้ง
ฐานวงกบต้องไม่กดทับพื้นจนกลายเป็นจุดยึด
ขนาดปูต่อเนื่องสูงสุด 13 × 13 เมตร เกินกว่านี้ต้องมีเส้นคั่น (T-profile) และต้องเว้นร่องขยายตัวทั้งสองข้างของเส้นคั่นด้วย
ต้องมีเส้นคั่นทุกช่องประตู รวมถึงห้องรูปตัว L ตัว U ตัว T และกรณีที่มีระบบทำความร้อน–ทำความเย็นใต้พื้นคนละโซน — ข้อยกเว้นเรื่องเส้นคั่นในคู่มือระบุรายชื่อประเทศไว้ชัดเจนและไม่รวมประเทศไทย
5. เริ่มปู และวิธีประกอบแผ่นตามระบบล็อก
ปูแถว #2 และ #3 ก่อน โดยเว้นห่างจากผนัง เพราะผนังแทบไม่เคยตรงจริง แล้วค่อยกลับมาตัดแถว #1 ให้เข้ารูปผนังทีหลัง ปูสลับแถว #2 กับ #3 ทีละแผ่น ให้แต่ละแผ่นล็อกครบทั้งด้านสั้นและด้านยาวก่อนวางแผ่นถัดไป อย่าล็อกแค่ด้านสั้น
ตอนปูแถวที่ชนผนัง (แถว #1) ให้เลื่อยบ่าล็อกด้านที่ชนผนังออก และตัดแผ่นตามรูปผนังจริง
ระบบ Uniclic (Perstorp)
วิธี A (เอียง–เอียง) เป็นวิธีที่แนะนำ หมุนด้านสั้นของแผ่นใหม่เข้ากับด้านสั้นของแผ่นที่ปูไว้แล้วด้วยหลักการเอียง จากนั้นยกแผ่นใหม่ขึ้นเป็นมุม 20–30 องศา โดยสอดนิ้วมือทั้งสองข้างใต้ขอบด้านยาวที่ยกขึ้น ใกล้กับรอยต่อด้านสั้น แล้วจับแผ่นดึงเข้าหาตัว แผ่นจะคลิกเข้าล็อกกัน
วิธี B ใช้ tapping block เคาะแผ่นเข้าหากันทีละนิดโดยไม่ต้องยกแผ่น
จุดที่เคาะด้วย tapping block ไม่ได้ เช่น แผ่นสุดท้ายของแถวที่ชนผนัง ให้ใช้ pull bar กับค้อนดึงเข้าแทน
เคล็ดลับจากคู่มือ — วางของถ่วงน้ำหนักบนแถวที่เพิ่งปูเสร็จ กันไม่ให้ทั้งแถวหลุดล็อกระหว่างที่ปูแถวถัดไป
ระบบ Perfect Fold (Odense และ Visby)
ใช้วิธีของ Uniclic ข้างบนได้ และมีอีกวิธีที่ง่ายกว่า
วิธี C (พับลง) เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับ Perfect Fold
- ยกแผ่นที่จะต่อขึ้นเป็นมุม 20–30 องศา
- เสียบเข้าร่องด้านยาว แล้วเลื่อนเบา ๆ ไปหาแผ่นที่ปูไว้แล้วจนหัวแผ่นชนกันพอดี อย่าให้ชนกระแทกหรือเกยกัน
- ใช้มือสอดใต้แผ่นทั้งสอง ยกรอยต่อด้านสั้นของแผ่นที่ปูไว้แล้วขึ้น แล้วกดแผ่นลงกับพื้นให้แน่น ระบบ Perfect Fold จะล็อกรอยต่อหัวแผ่นให้เอง
- กดแผ่นที่ต่อกันแล้วลงกับพื้น
- ตรวจทุกรอยต่อก่อนปูแผ่นถัดไปเสมอ
หมายเหตุ — มุมที่ใช้คือ 20–30 องศาทุกวิธี ไม่ใช่ 45 องศา มุม 45 องศาในคู่มือใช้เฉพาะการปูลายก้างปลาเท่านั้น
6. การตัดแผ่น
ด้านลายจะต้องหงายขึ้นหรือคว่ำลงขึ้นอยู่กับชนิดของเลื่อยและใบเลื่อยที่ใช้ คู่มือแนะนำให้ลองตัดกับเศษแผ่นก่อนทุกครั้ง เพื่อดูว่าแบบไหนได้ขอบตัดที่สะอาดที่สุด
เครื่องมือที่ต้องมี — ไม้บรรทัด ดินสอ ค้อน เลื่อย ฉาก หน้ากากกันฝุ่น ถุงมือและแว่นตานิรภัย เชือกตีเส้น tapping block pull bar และ spacers
7. งานเก็บงาน
ถอด spacers ออกให้ครบหลังปูเสร็จ
ยึดบัวเชิงผนังเข้ากับผนัง ห้ามยึดลงบนแผ่นพื้นเด็ดขาด เพราะจะทำให้พื้นขยับไม่ได้
ห้ามอุดร่องขยายตัว ยกเว้นกรณีที่ใช้ Foamstrip แล้วปิดทับด้วย Pergo Aqua Sealant สำหรับพื้นที่เปียก ซึ่งต้องเดินรอบขอบพื้นทั้งหมด รอบโปรไฟล์ และรอบท่อ
ติดเส้นคั่น (T-profile) ที่ช่องประตูและรอยต่อกับพื้นต่างชนิด
8. เก็บอะไรไว้บ้างหลังปูเสร็จ
- ฉลากกล่องอย่างน้อยหนึ่งใบ
- ใบเสร็จหรือใบส่งของ
- รูปถ่ายรหัสทั้งหมดที่อยู่ใต้แผ่น อย่างน้อยหนึ่งแผ่น
- แผ่นสำรอง — คู่มือแนะนำอย่างยิ่งให้เก็บไว้เผื่อพื้นเสียหายในอนาคต เพราะรุ่นและเฉดสีอาจหาไม่ได้แล้ว
9. หลังปูเสร็จ ดูแลอย่างไร
- รักษาความชื้นสัมพัทธ์ในห้องให้อยู่ที่ 30–85% ตลอดอายุการใช้งาน
- เช็ดของที่หกทันที
- ติดแผ่นรองใต้ขาเฟอร์นิเจอร์ และใช้ล้อชนิดอ่อน (type W ตาม EN 12529) หรือแผ่นรองที่เหมาะสม
- ห้ามลากของบนพื้น ให้ยกเสมอ
- ร่องอาจเปิดออกได้เมื่อความชื้นในห้องเปลี่ยนเร็วหรือเปลี่ยนมาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพื้นลอยตัว
อัปเดตล่าสุด: 9 กันยายน 2569